เปิดรักแบบจับใจของผู้ชายชื่อ’บี้’

เปิดรักแบบจับใจของผู้ชายชื่อ’บี้’ : บันเทิงวันเสาร์ เรื่อง… ณัฏฐิรา หลอดแก้ว ภาพ… วริศรา วุฒิกุล

วันนี้ “คม ชัด ลึก” ได้มาพูดคุยกับพระเอกซูเปอร์สตาร์ “บี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว” หรือ บี้ เดอะสตาร์ หลังจากที่ห่างหายจากงานการแสดงมาเกือบ 1 ปี แต่วันนี้เขากลับมาพร้อมกับละครเวทีสุดคลาสสิก “รัก จับ ใจ เดอะโรแมนติก มิวสิคัล” ที่งานนี้ “บี้” พร้อมเปิดหมดใจแบบไม่กั๊กกันเลย

รีเทิร์น ออฟ เดอะ บี้  ละคเวที “รัก จับ ใจฯ” เหมือนเป็นการกลับมาหลังจากหายจากการแสดงไปนาน
หลังจากจบคอนเสิร์ตเลิฟไม่กลัว กลัวไม่เลิฟ ประมาณช่วงกันยายนปีที่แล้ว เราหายไปเลย ไปเที่ยว ไปพักผ่อน แต่ยังมีการเรียนร้อง เรียนเต้น เรียนการแสดง เข้าฟิตเนสอยู่ตลอด เพราะเรารู้ว่ามีโปรเจกท์นี้ออกมา พอกลับมาครั้งนี้ เราได้นำประสบการณ์ที่ผ่านมาจากเมื่อ 4 ปีที่แล้ว กับละครเวทีข้างหลังภาพมาผสมกับการแสดงคอนเสิร์ตของเราที่ผ่านมา แถมเรายังมีโอกาสไปดูละครเวทีของต่างประเทศและของเราเอง เพื่อนำมาใช้ในละครเวทีเรื่องนี้ บี้ ทุ่มเทให้กับละครเวทีเรื่องนี้มาก เพราะงานอื่นๆ เราตัดทิ้งหมดเลย เพราะสมองของเราเองแยกได้น้อย เวลาที่จะโฟกัสเรื่องอะไรเราทำได้ทีละอย่าง (หัวเราะ)
บท “ซัน” ในละครเวทีเรื่องนี้ดูจะคล้ายกับ “บี้” มาก
เหมือนกันแค่ตรงที่เป็นนักร้อง แค่นี้เลย นอกนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะในเรื่องนี้ซันเป็นนักร้องระดับซูเปอร์สตาร์เอเชีย และซันจะมีชื่อเสียงในเรื่องของการร้องเพลง แต่ซันเป็นคนเจ้าอารมณ์ ความเจ้าชู้ ความห่าม เพราะซันเขาจะสุดในทุกทาง
คนที่ไปดูละครเวทีเรื่องนี้มา พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ละครเวทีเรื่องนี้เพื่อ “บี้”
จริงๆ ละครเวทีเรื่องนี้ ไม่ใช่เพื่อบี้หรอก (ยิ้ม) บี้ว่าละครเวทีเรื่องนี้เป็นของทุกคน เพื่อทีมงานทุกคน เราทำงานกันเป็นทีมเวิร์ก เหมือนทีมฟุตบอล เล่นกันเป็นทีม มีการเลี้ยงบอลกันไปมา บี้อาจจะเป็นศูนย์หน้ายิงประตู แต่ว่ากองหลัง กองกลาง หรือว่าผู้รักษาประตูก็ขาดไม่ได้
กระแสตอบรับละครเวที “รัก จับ ใจ เดอะมิวสิคัล” เป็นอย่างไงบ้าง
ฟีดแบ็กดีมาก หลายๆ คน ที่มาดูมีความคาดหวังในละครเวทีเรื่องนี้ต่างๆ นานา ซึ่งพอได้มาดูจริงๆ เขาก็ได้เห็นอย่างที่คาดหวัง หลายๆ คนที่มาดูโดยที่ตอนแรกไม่ได้คาดหวัง แต่พอได้ดูแล้วกับชอบ ส่วนหลายคนที่คิดว่าคนที่มาดู ต้องเป็นแฟนคลับบี้ จริงๆ แล้วมีหลายๆ คนที่ไม่ได้เป็นแฟนคลับบี้ คุณลุง คุณป้า คุณหลานๆ เด็กๆ ก็มาดูกัน รวมถึงคนที่เคยดูละครเวทีของพี่บอย (ถกลเกียรติ วีรวรรณ) จากพีเรียดเก่าๆ ก็มาลองดูละครเวทีเรื่องนี้ ซึ่งเขาเองก็กลับชอบในความทันสมัย เสียงตอบรับที่กลับมาทำให้พวกเราทีมงานรู้สึกปลื้มและฮึดขึ้นมา เพื่ออยากที่ทำละครเวทีเรื่องนี้ให้ออกมาดีที่สุด
คนพูดถึงละครเวทีเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะฉากจูบจริงระหว่าง “บี้” กับ “หนูนา”
เรื่องฉากเลิฟซีนที่ออกมา อยู่ที่ผู้กำกับ เพราะว่าเขาเป็นคนวางน้ำหนักของละครเวทีเรื่องนี้ ว่าระดับน้ำหนักของการสื่อออกมาจะอยู่ประมาณไหน จริงๆ มีหลายซีนหลายฉากที่ถูกตัดทิ้งไป มีเรตหนักมากกว่านี้ก็มี มีเรตเบ่ากว่านี้ เพราะด้วยความที่เป็นละครเวทีโรแมนติก และด้วยความที่เป็นพี่บอย (ถกลเกียรติ วีรวรรณ) เขาหยิบมาตรฐานมาจากนิวยอร์ก ทำให้ทุกอย่างบนเวที จะต้องจริงหมด พี่บอยให้ความสำคัญกับการสื่ออารมณ์มาก พี่บอยจะบอกเลยว่า แม้คนที่มาดูจะนั่งชั้นสองแถวหลังสุด ถึงเขาจะไม่เห็น แต่เขาจะรับรู้ถึงอารมณ์ที่เราถ่ายทอดออกมา ซึ่งเราจะต้องทำให้เขารู้สึกขนลุก และซาบซึ้งถึงตรงนั้น เพราะฉะนั้นการเล่นทุกอย่างต้องจริง จะมาเล่นหลอกๆ ไม่ได้ ให้พูดกันตรงๆ คือบางคนที่มาดูเขาไม่เห็นหลอกว่าเราจูบจริงจูบไม่จริง แต่เขาจะรู้สึกได้ ณ จุดนี้
คู่ขวัญ-คู่ใหม่ กับ “หนูนา” หนึ่งธิดา ถูกจับให้เป็นคู่ขวัญคู่ใหม่
ขอบคุณหากคนจะจับคู่ว่าเราสองคนเป็นคู่ขวัญกัน เพราะเกิดมาครั้งหนึ่ง ได้มีคู่ขวัญก็ดูน่ารักดี (ยิ้ม) อาจเพราะว่า บี้ กับหนูนา ได้ร่วมทำงานร่วมกันสองโปรเจกท์ต่อกันเลยทั้งละครเวที “รัก จับ ใจฯ” และละคร “คู่กรรม” ที่หลังจากเสร็จละครเวที ก็จะทำต่อเลย บี้ต้องบอกเลยว่าหนูนาเป็นคู่หูที่ดีมาก เราจะมีการพูดคุยกันตลอดว่าจุดไหนของเราที่เขาไม่ชอบ เขาเองก็จะถามบี้ ว่ามีจุดไหนของเขาไหมที่เราไม่ชอบ เราติดขัดกันตรงไหน เราจะมีการแชร์จังหวะกัน
หายจากการร่วมงานกันกับ “หนูนา” ไป 5 ปีหลังจากละครเวที “บัลลังก์เมฆ”
กับหนูนาก่อนหน้านี้มีเจอกันบ้าง ตามงานประกาศรางวัลต่างๆ เดินสวนกัน ทักทายกันที่ตึกแกรมมี่บ้างนิดหน่อย แต่กลับมาร่วมงานกันในครั้งนี้ ทั้งบี้เองและหนูนาต่างได้ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กันมาเยอะมาก เมื่อ 5 ปีก่อนหนูนาเองเขาเก่งอยู่แล้ว วันนี้เขาเก่งมากขึ้นกว่าเดิม เราเองรู้สึกดีที่ได้มาร่วมงานกับเขาอีกครั้ง
คู่กรรม 2012
มาถึงโปรเจกท์ละคร “คู่กรรม” หลายคนจับตามองการเป็น “โกโบริ” ของ “บี้” มาก กดดันไหม
ตอนนี้ยังไม่กดดัน และไม่กังวล เพราะว่ายังไม่ได้เริ่มทำงาน บี้เป็นคนที่โฟกัสทีละเรื่อง จะไม่กดดันหรือกังวลไปล่วงหน้า แต่เมื่อเริ่มงานจริงๆ ได้อ่านบท ได้โฟกัสกับงานนั้นจริงๆ ก็อาจจะมีบ้าง แต่มันเป็นเรื่องของอนาคต ที่มันยังไม่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่เปิดตัวจนมาถึงวันนี้ บี้ เองยังไม่ได้เช็กฟีดแบ็กจากภายนอก อาจมีเช็กจากแฟนคลับบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าพอเป็นแฟนคลับเรา ฟีดแบ็กที่กลับมาก็จะเป็นในทางที่บวกอยู่แล้ว (ยิ้ม)
มองว่าตัว “บี้” เองเป็น “โกโบริ” ได้ไหม และจะเป็น “โกโบริ” ในแบบไหน
ถามตัวบี้เอง บี้ตอบไม่ได้ว่าบี้จะเป็นโกโบริได้ถูกใจทุกคนหรือเปล่า คงต้องถามคนอื่นๆ มากกว่า คงต้องให้คนอื่นตัดสิน แต่งานตรงนี้เป็นงานศิลปะ ความคิดเห็น ความชอบของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันอยู่แล้ว เราในฐานะของคนที่ได้รับมอบหมาย เราต้องเต็มที่กับบทนี้อยู่แล้ว และสำหรับเราเอง ถือว่าเป็นความภูมิใจเพราะว่าบทนี้ถือว่าเป็นอมตะ เมื่อผู้ใหญ่คิดว่าเราสามารถทำได้ เราเองก็ต้องทำให้เต็มที่ ให้สมกับที่ผู้ใหญ่ไว้ใจ ส่วนโกโบริในแบบของบี้ คงจะมีความสนุก ลูกเล่น แต่คงไม่ทิ้งความเข้มในแบบทหารญี่ปุ่น ซึ่งหลังจากจบรัก จับ ใจ บี้ก็จะไปเรียนภาษาญี่ปุ่น เรียนรู้เรื่องของวัฒนธรรมญี่ปุ่น แต่เรียนแบบที่จำเป็น ที่ใช้ในละครเท่านั้น เพื่อให้รู้เข้าถึงตัวละครให้มากที่สุด
6 ปีกับชีวิตซุป’ตาร์ 6 ปีที่ทำงานในวงการมามีอะไรที่อยากทำอีกไหม
ทุกวันนี้เราทำประมาณนี้ เราก็มีความสุขแล้ว แค่นี้เราก็โอเค เรามีความสุขกับสิ่งแวดล้อมแบบนี้ มีความสุขกับทีมงานที่เราทำงานด้วย มีหัวหน้างานที่ดี มีเพื่อนร่วมงานที่ดี มีครอบครัวที่ดี แค่นี้เราก็มีความสุขมากแล้ว เพราะฉะนั้นเราเลยไม่ต้องไปขวนขวายให้มากไปกว่านี้ ทุกวันนี้บี้ก็อยู่สบายๆ รับงานไปทีละอย่าง โฟกัสไปทีละเรื่อง ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เราไม่จำเป็นที่ต้องไปโลภมาก เพราะทุกวันนี้เราพอแล้ว
เคล็ดลับการอยู่ในวงการแบบที่ไม่หลงแสงสีของ “บี้
บี้ ไม่ได้มีเคล็ดลับอะไร เราอยู่ในแบบที่เป็นตัวเราเองมาตลอด อาจจะต้องปรับบ้างในเรื่องของกาลเทศะ เพราะเราเป็นเด็กบ้านนอก ใช้ชีวิตแบบเด็กบ้านนอกธรรมดา บางที่การกระทำ คำพูดของเรากับผู้ใหญ่อาจไม่เหมาะสม ความขี้เล่นของเราอาจจะมากไป ทางเจ้านาย ทางทีมงานก็จะคอยบอกคอยเตือน เราก็ปรับให้เหมาะสม แต่ความเป็นคนสนุกสนาน เป็นคนขี้เล่นของเรายังอยู่เหมือนเดิม ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้
ชีวิต 6 ปีในวงการบันเทิงของ “บี้” เป็นอย่างไร
เรามีความสุขกับตรงนี้ บี้เองไม่ชอบการไปแข่งขันกับใคร ใครจะขึ้นใครจะลงเป็นเรื่องของเขาเลย เราไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วยเลย บี้มาอยู่ตรงนี้ต้องการเพียงสิ่งเดียวคือการรักในการร้องเพลง องค์ประกอบอื่นๆ ที่เข้ามาเป็นโอกาส แต่เราพร้อมที่จะทำหน้าที่ตรงนั้น บี้โชคดีที่มีทีมงานที่ดี ที่เรารัก มีหัวหน้าที่ดีอย่างพี่บอย ที่เขารักเรา มีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เขารักเรา ได้ขึ้นไปบนเวทีเห็นแฟนๆ มีความสุขแค่นี้พอแล้ว เราสบายใจแล้ว ต้องขอบคุณทีมงานของบี้ ทีมพีอาร์ เพราะมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเคยบอกบี้ ไว้ว่าให้บี้ ไว้ใจทีมงาน อย่าเอาทุกอย่างมาอยู่กับตัว ให้ไว้ใจว่าคนที่ทำงานกับเราเขารักเรา เขาพร้อมที่จะช่วยเหลือเราอยู่
ความภูมิใจที่ได้เป็น “บี้ เดอะสตาร์” ในวันนี้
สิ่งที่ภูมิใจคือการที่เราได้เป็นตัวอย่างให้กับน้องๆ เยาวชน เวลาที่ได้ยินคุณพ่อคุณแม่บอกลูกหลานว่าโตมาให้เป็นอย่างพี่บี้นะ มันเป็นสิ่งที่วิเศษมาก เพราะการที่เขาเห็นว่าการที่เราจะมายืนตรงจุดนี้ได้ เราต้องทำงานหนัก ทุกอย่างกว่าที่เราจะมาถึงตรงนี้มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ซึ่งเขาเห็นตรงนี้และอยากให้ลูกหลานทำตาม เราเองก็ภูมิใจที่เราได้เป็นตัวอย่างของน้องๆ
รักแบบฉบับ “บี้” 4 ห้องหัวใจของบี้ตอนนี้มีคนจับจองหรือยัง
หัวใจของบี้ บางช่วงเวลาก็ว่าง บางช่วงเวลาก็เจอคนนั้นคนนี้ บางทีก็ไม่มี (ยิ้ม) แต่แฟนคลับเขาอยากให้เรามีแฟน แฟนจะเชียร์ตลอด ร่วมงานกับใครเขาก็จะเชียร์ เล่นกับหนูนาเขาก็เชียร์ให้เป็นแฟนกับหนูนา เราก็บอกเขาว่าเป็นเพื่อนร่วมงานกัน
แล้วกับ “อิงฟ้า” สรุปความสัมพันธ์ให้กระจ่างหน่อยว่าอย่างไร
เราเป็นเพื่อนกัน แต่ว่าเราเป็นเพื่อนที่สนิทกัน เพราะเราเจอกันบ่อยๆ เขาเองชอบเต้น และเคยร่วมงานกัน เขาเคยมาเต้นให้คอนเสิร์ตของเราด้วย แต่เขาก็ไปเต้นให้คอนเสิร์ตอื่นๆ อย่างของพี่เบิร์ด (ธงไชย แมคอินไตย์) หรือของพี่เจ (เจตริน วรรธนะสิน) เราก็เจอกันอยู่เรื่อยๆ กินข้าวกัน สบายๆ เพราะบี้ เองเป็นคนที่ใช้ชีวิตปกติ เรื่องภาพลักษณ์ต่างๆ เป็นเรื่องของทางบริษัทดูแล แต่เรื่องชีวิตส่วนตัวเป็นเรื่องของเราเอง แต่แค่ไม่ไปใช้ชีวิตหวือหวาฟู่ฟ่าเกินไปแค่นั้น
มุมมองความรักของ “บี้” เป็นอย่างไร
รักของผมคือการให้ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ถึงจะเป็นมุมมองความรักแบบเสี่ยวๆ แต่มันก็เป็นเรื่องจริง เราให้อะไร แล้วเห็นเขายิ้มมีความสุข เราก็มีความสุข โดยเราไม่ได้หวังที่จะได้อะไรกลับมา

ผู้ชายคนนี้ น่ารัก จับ ใจ จริงๆ

หนุ่มคนนี้ : “บี้” สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว
เกิด       : 4 กันยายน พ.ศ. 2528
ผลงานเพลง : อัลบั้มเพลง เลิฟซีน, I Love You Too, Hug Bie, รักนะคะ, It’s Alright,  ณ บัดNOW
ผลงานการแสดง : รอยอดีตแห่งรัก, หัวใจศิลา, พระจันทร์สีรุ้ง, ดอกรักริมทาง, ข้ามเวลาหารัก, ละครเวที บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล, ข้างหลังภาพ เดอะมิวสิคัล ซิทคอมนัดกับนัด
…………………………………

ที่มา คม ชัด ลึก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s