โกโบริ ไม่เคยตาย

โกโบริ ไม่เคยตาย : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย… ณัฐวรา

หากพูดถึงความเป็น “อมตะ” ในสิ่งต่างๆ ทั้งรูปธรรมและนามธรรม จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ องค์ประกอบของคำว่า “อมตะ” หรือ “ไม่มีวันตาย” คงไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ หากต้องมีแรงจูงใจ ความประทับใจ พลังแห่งศัทธา รวมถึงมีคุณค่าและคุณงามความดีอยู่ในสิ่งเหล่านั้น เหมือนบทประพันธ์เรื่อง “คู่กรรม” อันเป็นอีกหนึ่งสุดยอดผลงานคุณภาพของผู้เขียนนวนิยายชั้นครูอย่าง “ทมยันตี”

ถ้าจะวิเคราะห์ว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้คู่กรรมได้รับความนิยมจนถูกนำมาสร้างเป็นละคร ภาพยนตร์ และละครเวที ได้ทุกยุคทุกสมัย ชื่อของทหารญี่ปุ่นอย่าง “โกโบริ” สามารถตราตรึงอยู่ในใจของผู้ชม แม้ในความเป็นจริงสถานะของ “ญี่ปุ่น” ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ตามความรู้สึกของ “คนไทย” คงเป็นสัญลักษณ์ของความโหดเหี้ยม ทารุณ และไร้ความปรานี แต่นวนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้ กลับนำพาเรื่องราวให้เกิดเป็น “ตำนานความรัก” ท่ามกลางความขัดแย้งของสงครามอันร้อนระอุ ให้คุกรุ่นปะทุอยู่ในใจของผู้ชมทุกครั้งที่ถูกนำกลับมาสร้างใหม่

แน่นอนที่สุดว่า หัวเรือใหญ่ของค่าย “เอ็กแซ็กท์” อย่าง “บอย” ถกลเกียรติ วีรวรรณ ซื้อบทประพันธ์เรื่องมานานกว่า 5 ปี เพื่อรอให้ลูกหม้อซูเปอร์สตาร์ “บี้” สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว พร้อมเต็มขั้น ในการก้าวเข้ามารับบท “โกโบริ” หรือ “พ่อดอกมะลิ” ที่ทั้งท้าทายและเสี่ยงต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะ “โดนใจ” หรือ “เจ็บตัว”

ฉะนั้นการเปิดตัวโกโบริตามแบบฉบับของ “บี้” จึงเต็มไปด้วยความคาดหวังและแรงกดดันจากแฟนๆ คู่กรรม โกโบริในแบบของบี้ ดูสดใส น่ารัก ยิ้มง่าย เกินกว่าจะเป็นลักษณะของทหารญี่ปุ่นสมัยนั้น

จนเรียกได้ว่า คนดูอาจจะรู้สึกขัดตาในช่วงต้นเรื่อง เพราะนักแสดงแทบทุกคนในละคร เล่นเยอะจนดูล้น ตามสไตล์การแอ็กติ้งของ “เอ็กแซ็กท์” แต่พอติดตามต่อไปเรื่อยๆ ไม่น่าเชื่อว่า ด้วยรอยยิ้มของบี้ ตามลักษณะทางการแสดงของเขา ทำให้โกโบริ เวอร์ชั่น 2013 ดูอ่อนโยน น่ารัก ฉลาด และจริงใจ จนกลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของ “โกโบริ” เวอร์ชั่นนี้

แม้สำเนียงภาษาญี่ปุ่นของบี้จะฟังดูแปร่งๆ ขัดหูไปบ้าง แต่โดนรวมถึงว่าใช้ได้ ติดตรงที่ว่า บางครั้งความเสถียรในการพูดภาษาญี่ปุ่น หรือแสดงเป็นคนญี่ปุ่นที่พยายามพูดภาษาไทย ในแต่ละฉากไม่ค่อยต่อเนื่องกัน เดี๋ยวพูดชัด เดี๋ยวพูดไม่ชัด มีบางฉากที่อาจหลุดไปบ้าง เหมือนไม่ได้เรียงลำดับเวลาตามเนื้อเรื่อง

ย้อนกลับไปก่อนหน้าที่ละครจะออนแอร์ บี้โดนสบประมาทค่อนข้างเยอะว่า เขาไม่เหมาะสมกับบทบาทนี้สักเท่าไหร่ แต่การตีความบทโกโบริ ของผู้กำกับอย่าง สันต์ ศรีแก้วหล่อ รวมกับการแสดงของบี้ ลบข้อจำกัดเรื่องความไม่เหมาะสมไปโดยปริยาย การเขียนบทละครโดย “ปราณประมูล” ได้เพิ่มรายละเอียดบางส่วนเข้าไป แต่ไม่ขัดกับบทประพันธ์ และเก็บแก่นของเรื่องได้ทั้งหมด

อีกหนึ่งตัวละครสำคัญของเรื่อง “อังศุมาลิน” รับบทโดย “หนูนา” หนึ่งธิดา โสภณ หญิงไทยเต็มตัว เข้มแข็ง มีอคติและเกลียดชังญี่ปุ่น แต่สุดท้ายกลับพ่ายแพ้ต่อความรักและความดีของ “พ่อดอกมะลิ” ซึ่งบทของอังศุมาลิน ถือว่าเป็นบทที่ยากไม่น้อยไปกว่าบทของโกโบริ เพราะจะต้องรู้สึกรัก แต่พยายามเก็บความรู้สึก และปฏิเสธโกโบริเพราะความเกลียดชัง และอคติในจิตใจ

          หนูนาแสดงเป็นอังศุมาลินได้ค่อนข้างชัด มีการทำการบ้านมาดี ฉากเข้าพระ-เข้านาง ดูเคมีลงตัว แม้อาจจะรู้สึกเล็กๆ ว่า อังศุมาลินเวอร์ชั่นนี้แสดงเหมือนการ์ตูนๆ ไปบ้าง มีความดุ แต่จังหวะการเล่นแอบคิขุ และน่ารัก โดยภาพรวมของ “คู่กรรม” คาแร็กเตอร์ของนักแสดงนำ น่าจะถูกลดอายุลงมา ทำให้มีความโรแมนติกกุ๊กกิ๊กมากขึ้น นักแสดงทุกคนเล่นได้ดี ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวประกอบ หรือนักแสดงสมทบ

ไม่ต้องลุ้นว่าตอนจบของละครจะเป็นอย่างไร เพราะคงไม่มีปาฏิหาริย์ใด จะทำให้วิญญาณของ “โกโบริ” ลงมาจากทางช้างเผือก กลับเข้าร่างแล้วฟื้นคืนชีพ เพราะโกโบริต้อง “ตาย” แต่ความรักของผู้ชายคนนี้ที่มีต่ออังศุมาลิน ต่างหากที่เป็น “อมตะ” และ “ไม่เคยตาย” ไปจากใจของผู้ชม…

Cr komchadluek

One thought on “โกโบริ ไม่เคยตาย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s