ความสุขสีรุ้ง บี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว

ความสุขสีรุ้ง บี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว

คงไม่ต้องอธิบายกันให้มากความว่า ชายหนุ่มที่กำลังจะมาเปิดตัวตนให้รู้จักในบรรทัดต่อจากนี้…คือใคร จริงอยู่…เวลา 3 ปีที่โลดแล่นในวงการบันเทิง อาจจะไม่นานนัก แต่เมื่อ “ความรัก” + “ความสุข” = “การพัฒนา” ก็ยิ่งทำให้ดาวจากเวทีเดอะ สตาร์ดวงนี้ จรัสแสงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นดาวในใจของใครหลายคน “บี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว”

“กระแสตอบรับดีมากนะครับ เวลาไปไหนก็มีป้าๆ แซว ไปยอมเขาทำไม สงสารจังเลย โดนเตะโดนต่อย แต่ผมได้กอดได้หอมนางเอกด้วยนะ ขืนทำแบบนี้นอกจอโดนแฟนเขาต่อยแน่ๆ” บี้ว่าพลางหัวเราะเสียงดัง เมื่อพูดถึงละครเรื่องล่าสุด “พระจันทร์สีรุ้ง”

ที่แม้จะทั้งเกร็งและตื่นเต้นไม่น้อยกับการข้ามค่าย แถมยังต้องมาประกบคนเก่งๆ ทั้งอ๊อฟ-พงษ์พัฒน์, แหม่ม-จินตหรา และแอฟ-ทักษอร แต่มีบางอย่างจากเรื่องนี้ที่ชนใจบี้แบบเต็มๆ “ผมชอบแนวคิดของละครเรื่องนี้มากนะ” แนวคิดที่ว่าด้วยความหมายของพระจันทร์สีรุ้ง คือชีวิตที่ต้องเจอทั้งเรื่องดี-ร้าย และต้องอยู่กับสิ่งเหล่านั้นให้ได้

“สีรุ้งมีทั้งสีที่ชอบและไม่ชอบ ต้องทำใจเพราะนั่นคือส่วนหนึ่งของชีวิต” ชีวิตของเขาก็ไม่ต่างกัน “สิ่งที่ผมทำทุกวันนี้คือความสุข” บี้เอ่ยยิ้มๆ ไม่ได้หมายความว่าจะรู้สึกดีที่ฉันดัง ฉันมีแฟนคลับมากมาย ฉันเป็นคนในวงการบันเทิง แต่ “ภูมิใจ” ที่ได้ทำความฝันให้เป็นความจริง “ความฝันกลายเป็นอาชีพ แล้วเป็นอาชีพที่สนุกที่สุดสำหรับผม คนอื่นเวลาเครียดๆ ก็ผ่อนคลายด้วยคาราโอเกะ แต่อย่างผมร้องเพลงไปก็ได้ผ่อนคลายไปด้วย ทำงานไปด้วย”

อย่างคอนเสิร์ตเลิฟ แอทแทคที่ผ่านมา บี้ถือเป็นของขวัญในชีวิต และมีส่วนต่อยอดไปยังคอนเสิร์ตเลิฟ มากมาย ในวันที่ 11-12 กรกฎาคม ที่อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี เจ้าตัวหวังว่าจะต้องเป็นของขวัญชิ้นใหญ่กว่าเดิม

“ซ้อมไป 70-80% แล้วครับ มีโชว์เพียบ แขกรับเชิญก็เพียบ ทั้งน้องสิงโต เดอะสตาร์ นาวิน ตาร์ พี่ติ๊ก ชีโร่ แล้วจะได้เห็นแอฟ-ทักษอรทั้งร้องทั้งเต้นด้วยนะครับ มันจะขยายคำว่าเลิฟมากมาย” ถือโอกาสขายของซะเลย

นอกจากผลงาน ยังมีอีกสีสวยที่ภูมิใจ คือการได้ทำสิ่งดีๆ ให้คนที่รัก “ผมไม่ใช่คนดราม่า เพราะงั้นจะไม่เคยถามพ่อแม่ถึงเรื่องส่วนตัว รู้แค่ว่าเขาสบายดี เพราะเวลาเขามีปัญหาอะไรก็จะปรึกษาพี่สาว” เขาอธิบาย แต่ถึงจะไม่สืบเสาะ ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่ใส่ใจ

“เมื่อก่อนเคยนัดกันว่าจะไปเที่ยวต่างประเทศ เราก็อือๆ ไป แต่เอาเข้าจริงก็มานั่งนึกว่าจะไปไงล่ะ โห สวิตเซอร์แลนด์เลยนะ ค่าใช้จ่ายปาไปเท่าไหร่ ก็นั่งคำนวณเลย เป็นวิศวกรเงินเดือนสตาร์ตหมื่นกว่าบาท เลยบอกขำๆ เปลี่ยนไปเกาะเต่าดีกว่าไหม ดอยอินทนนท์ก็เหมือนสวิตเซอร์แลนด์มั้ง น่าจะแทนกันได้” และวันนี้ความฝันของแม่กลายเป็นความจริง ด้วยน้ำพักน้ำแรงของบี้เอง

“ตอนแรกจะไป 3-4 วัน แต่โทษฐานที่อำกันไว้ เลยไปทีเดียวสิบวัน แม่ก็ไปนั่งเป็นผู้สูงอายุ ขึ้นไปช้างบนไม่ได้ หายใจไม่ออก เลยบอกเดี๋ยวขึ้นไปแทนแล้วจะถ่ายรูปมาฝาก แม่ปลื้มมาก กลับมาก็เอารูปไปอวดเพื่อน เหมือนขึ้นไปถ่ายเอง” เจ้าตัวร่ายยาวพร้อมรอยยิ้มเต็มแววตา แววตาที่รู้ดีว่าถ้าอยากให้สีสวยๆ ข้างต้นฉายชัดนานๆ ก็ต้อง “พยายาม”

“ตั้งแต่วันที่เข้ามา ก็ต้องรักษาตัวเองแล้ว อย่าอยู่นิ่งกับที่ ต้องฝึกปรือเรื่อยๆ ทุกวันนี้ผมยังฝึกทุกอย่าง ร้อง เต้น เล่นละคร ถ้าอยู่กับที่ตัวเราก็จะถดถอย” แถมถ้าได้ข่าวไม่ดีออกมา บี้ก็บี้เถอะ ครอบครัวเอ็กแซ็กท์ก็ยังขอเชิญตัวเข้าห้องอบรม

“โดนหมดทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ ใครเหลิง ใครลืมตัว ใครมีข่าวแรง ดุ ด่า ว่า ตี มีหมด มีบ้างที่ร้องห่มร้องไห้กันไป ไม่งั้นเหมือนไม่มาถึงที่นี่ เหมือนไปเชียงใหม่แล้วไม่ได้ไปไหว้ครูบาศรีวิชัยนั่นล่ะ” เจ้าตัวว่าขำๆ เพราะเป็นส่วนประกอบของสีที่ชอบเลยขำได้ แต่ในวันที่เจอสียี้ๆ ที่ทำเอาขำไม่ออก สิ่งแรกที่วาบเข้ามา คือต้องพยายามทำความเข้าใจ โดยเฉพาะสีสันจากข่าวบันเทิง

“เวลาเจอข่าว จริงๆ แทบไม่เคยอยากออกมาแก้ข่าวเลย อยากร้องเพลง เล่นละครอย่างเดียว แต่บางครั้งก็ต้องทำบ้าง ยังดีที่ผมเจอข่าวไม่ค่อยแรง ก็เลยทำใจให้สบายๆ ข่าวก็เหมือนคน มีทั้งดีไม่ดี จะเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับวิธีคิดของเรา คิดให้ดีคิดให้บวกก็สบายใจเอง”

แต่ถ้าวันไหนปัญหาหนักหน่วงพาสีหม่นๆ มาวิ่งเล่นในชีวิต ก็ไม่มีวันซะล่ะที่จะเห็นผู้ชายคนนี้นั่งร้องไห้ เพราะว่า… “อย่างที่บอก ผมไม่ชอบดราม่า มีปัญหาก็ต้องแก้” บี้บอกเสียงนิ่งๆ และหลายๆ ครั้งวิธีแก้ก็มาจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เจอในชีวิตประจำวัน

“ปัญหาเกิดจากอะไรก็ไปแก้ตรงนั้น หาทางออกไม่เจอก็ย้อนไปที่ทางเข้า ผมได้ความคิดนี้มาจากการซ้อมเต้น อย่างผมหกสูงไม่ได้ ครูก็ให้ย้อนไปดูที่เบสิคเลยว่าเรายืนเป็นยังไง ขมิบก้นดียัง แล้วค่อยยกตัว ก็จะเห็นเป็นสเต็ปๆ เลยว่าพลาดตรงไหน เอาไปใช้ในชีวิตได้เลย”

ถึงวันนี้บี้จะมาไกลเกินกว่าที่เคยคิดฝัน แต่ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่บัณฑิตหนุ่มคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมหุ่นยนต์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีคนนี้ หวังจะมี-เป็น นอกจากวางแผนไว้ว่าจะหุ้นกับเพื่อนๆ เปิดร้านที่เกี่ยวกับระบบโรงงานที่บ้านเกิดเมืองเชียงใหม่แล้ว งานกำกับฯก็เป็นอีกหนึ่งความฝัน

“ถ้าได้เป็นผู้กำกับฯคงจะดี อยากเป็นมานานแล้ว ผมก็มีพื้นจากงานแสดง ก็น่าจะตอบคำถามนักแสดงได้ว่าต้องการภาพแบบนี้นะ มุมกล้องอย่างนั้น แบบพี่อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ไง” แต่ตอนนี้ยังไม่มั่นใจสักเท่าไหร่ คงต้องเก็บเกี่ยวความคิดประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เรื่อยแบบ…”คงอีกสักสิบปี” เจ้าตัวบอกพลางหัวเราะเสียงดัง เรื่องที่ว่า…เป็นเรื่องของอนาคต ส่วนเรื่องของวันนี้ ถึงจะชอบสีนี้ ไม่ชอบสีนั้น แต่เมื่อทุกสีผสานรวมกัน…ก็เป็นความสุขสีรุ้งที่เขาพึงใจ

Cr matichon 2009

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s