SudSapDa Icon สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว

BIE The Superstar

ก่อนหน้านี้ประมาณเดือนสองเดือน มีหลายเช้าที่ตื่นขึ้นมาเปิดวิทยุเพื่อยืดเส้นยืดสาย แล้วอาศัยเพลง จังหวะหัวใจ สลายไขมันส่วนเกิน
เริ่มสนใจเจ้าของเพลงขึ้นมาเป็นระยะ จากระยะไกลกลายเป็นระยะใกล้เข้ามาทุกขณะ เวลาเพียงสามปีที่บี้ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว ก้าวลงจากเวทีเดอะสตาร์ เขาส่งผลงานมากระทบโสตประสาทของเราอย่างต่อเนื่อง ทั้งละครโทรทัศน์ ละครเวที ซิทคอม และผลงานเพลง 2 อัลบั้ม ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตที่เพิ่งจบลงไป จากเพลงไม่คุ้นหู กลายเป็นเพลงประจำหู ไต่ขึ้นชาร์จเพลงฮิต จนถึงตอนนี้มีใครบ้างไม่รู้จักเพลง I need sombody และจังหวะหัวใจ จากตำแหน่งรองแชมป์เดอะสตาร์ ตอนนี้หลายคนยกให้เขาก้าวข้ามคำว่าสตาร์ ไปสู่คำว่าซูเปอร์สตาร์คนใหม่ เขาจะรับหรือไม่รับ หรือจะแก้ตัวยังไง ลองไปฟัง

รู้ตัวไหมว่าดังมาก
ปกติผมไม่ค่อยอ่านข่าวครับ เลยไม่ค่อยทราบ(ยิ้ม)

ขอย้อนอดีตคนดังหน่อย
ผมเป็นคนเชียงใหม่ ตอนเด็กก็ซนนิดๆ ไม่ถึงกับบ้านแตก ชอบแกล้งเพื่อน อย่างดึงกางเกง เอากระเป๋าไปซ่อน ไม่คอยมีเรื่องชกต่อย แถวบ้านก็จะมีเพื่อนๆ บางทีก็รวมตัวเป็นแก้งค์จักรยาน ผมชอบเล่นว่าว ดีดลูกแก้ว ทำตารางทอยเหรียญ บ้านผมอยู่ใกล้วัดหมื่นตูม ชอบเข้าไปก่อกองทรายในวัด เซ็นทรัลกาดสวนแก้วเปิดตอนผมอยู่ ป.1 แต่ไม่ค่อยเห่อไปเดินเท่าไหร่

ชอบไปวัด ไปเล่นหรือฝักใฝ่ศาสนา
แค่ไปเล่นครับ แต่ถึงวันสำคัญทางศาสนา แม่จะปลุกแต่เช้าให้ไปทำบุญ ผมเรียนมัธยมที่โรงเรียนมงฟอร์ด พอขึ้น ม.ต้น จากแกล้งเพื่อนก็เริ่มโดดเรียน(ยิ้ม) แต่ไม่ถึงกับเกเรนะครับ ยังได้เกรดสองปลายๆ ถึงสามต้นๆ

จำสิ่งที่ครูเขียนในสมุดพกได้ไหม
เป็นเด็กน่ารัก ร่าเริง นิสัยดี สนใจเรียน ทำกิจกรรมดีประมาณนี้ แต่ครูจำผมไม่ค่อยได้หรอก เพราะเป็นเด็กไม่โดดเด่น ผมไม่ค่อยเข้าหาครู ชอบจับกลุ่มอยู่กับเพื่อน อย่างในห้อง ถ้าครูถามอะไร จะไม่ใช่ผมที่ยกมือตอบ ต้องให้ครูจี้ ถึงลุก เรื่องทำผิดจนถูกครูลงโทษไม่ค่อยมี
แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่จำได้ดี ยุคนั้นดินสอยี่ห้อ Rotting ดังมาก แท่งละประมาณ 120 บาท เหมือนเป็นแฟชั่นที่ต้องมีกันทั้งห้อง ผมเก็บตังค์วันละห้าบาทสิบบาท ตั้งเดือนกว่าถึงจะได้ แต่อยู่ดีๆ ดินสอของเพื่อนทั้งห้องก็หายไป คนที่ขโมยคาดว่าเป็นนักเรียนด้วยกัน ที่แอบขึ้นมาตอนพักเที่ยง ระหว่างที่อาจารย์สอบสวนว่าหายไปได้ยังไง ผมกับเพื่อนอีกคนซึ่งคิดว่ายังไงก็คงไม่ได้คืนก็เดินออกไปวิดพื้นหน้าห้อง จนถึงตอนนี้ยังงงว่าจะออกไปวิดพื้นทำไม ทั้งไม่เกี่ยวเลย บ้ามาก (หัวเราะ)

เป็นที่รู้จักของสาวๆ ในโรงเรียนไหม
ไม่ค่อยครับ เพราะที่โรงเรียน คนหน้าตาดีเยอะ แล้วผู้หญิงก็มีแต่ ม.ปลาย ผมขี้อายมากๆ ไม่กล้าจีบสาว ได้แต่ยิ้มเขินๆ เพื่อนหลายคนเขายังรู้จักผู้หญิงห้องอื่นบ้าง แต่ผมไม่เลย ถ้ามองเขาอยู่ แล้วเขาหันกลับ ผมจะหลบตาทันที ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมไม่ยิ้มให้เลย ไม่เป็นฝ่ายรุกไม่พอ ถ้าเขามาชอบ ผมจะไม่เป็นฝ่ายรับด้วย เพื่อนชอบมาบอกว่าผู้หญิงคนนั้นคนนี้ชอบผมนะ แต่ก็ไม่กล้าคุยอยู่ดี

แล้วรักครั้งแรกจะเกิดตอนไหน
ตั้งแต่ตอน ม.2-ม.3 เป็นความคิดที่ชั่วร้ายหน่อยๆ อย่างที่บอกว่าโรงเรียนผม ม.ต้นจะมีแต่เด็กผู้ชาย ความที่อยากเจอผู้หญิง เลยขอแม่ไปสมัครเรียนภาษาอังกฤษที่สถาบันสอนภาษา เพราะมีเพื่อนชอบเล่าให้ฟังว่าไปแล้วได้เจอสาวๆ น่ารัก แต่ด้วยความโง่เขลาของตัวเอง ก่อนเข้าเรียนเขาจะสอบวัดระดับความรู้ เริ่มจากตั้งแต่ระดับ A-B-C หลังจากนั้นก็ 1-2-3 ไปเรื่อยๆ ผู้หญิงเขาเก่งกว่าก็ได้อยู่คอร์ส 2-3 แต่ผมสอบเข้าได้แค่คอร์ส 1 เลยไม่ได้เจอ เรียนถึงคอร์สสอง ความที่ค่าเรียนแพง ทางบ้านจ่ายไม่ไหว เลยออก แต่ระหว่างนั้นก็มีวีรกรรม ผมแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ไม่กล้าบอกเขา เลยไปคุยกับรุ่นน้อง เจ้านั่นพอรู้ก็บอกว่า แฟนเก่ามันเอง “แต่ผมเลิกแล้วก็แล้วกัน พี่จะจีบไหม เดี๋ยวผมช่วย” บอกว่าช่วย แต่ช่วยทำเรื่องเสียตลอด เป็นแค่ปั๊ปปี้เลิฟ พอเลิกเรียนก็ห่างกันไป

ความสัมพันธุ์ในครอบครัวเป็นไงบ้าง
พ่อกับแม่ผมแยกทางกันตอนผมอายุได้ 15 ปี ตอนนั้นก็เสียใจนะ แต่ไม่ได้เศร้ามาก ผมเป็นคนสนุก เห็นเพื่อนที่พ่อแม่แยกทางกันก็มี คิดว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ ยุคนั้นเพจเจอร์กำลังฮิตในหมู่เพื่อน เลยคิดพลิกวิกฤติเป็นโอกาส เข้าไปบอกพ่อว่า “ไหนๆ ก็จะแยกทางกันแล้ว พ่อต้องไปอยู่บ้านอีกที่หนึ่ง ผมอยากได้เพจเจอร์ ซื้อให้หน่อยสิครับ จะได้ใช้ติดต่อกับพ่อ” ผมอยู่กับแม่ เพราะบ้านที่อยู่แต่แรกเป็นบ้านของทางแม่ เลยชินที่จะอยู่ตรงนั้น

ตอนประกวดเดอะสตาร์ ที่เขาเชิญพ่อแม่ขึ้นเวที นั่นคือเซอร์ไพรส์ใช่ไหม
ครับ ช่วงที่กำลังจะตัดเข้าโฆษณา ผมอยู่บนเวทีมองลงมาข้างล่าง เห็นคนชูป้ายบอกคิวพิธีกรว่า “No ญาติ” ผมก็ เอ๊ะ จะไม่ให้ญาติขึ้นมาให้ดอกไม้กันหน่อยเหรอ มารู้ทีหลังว่าเขาหาญาติไม่เจอ แต่สักพัก ครอบครัวผมก็มา มาถึงตอนแรกก็เกี่ยงอีกว่าจะไม่ขึ้น แต่สุดท้ายยื้อจนยอมขึ้น หลังจากนั้นเขาก็ชูป้ายว่า “ญาติมา” ผมก็เฮ แต่ไม่รู้ว่ามาครบทั้งพ่อ แม่ และพี่สาว ที่เรียกเซอร์ไพรส์เพราะผมไม่ได้เห็นภาพที่ทุกคนในครอบครัวอยู่พร้อมหน้ากันมา 5 ปีแล้ว ตั้งแต่วันที่แยกทางกัน ทั้งๆ ที่บ้านก็ใกล้กัน พ่อก็ไม่ได้แยกไปมีครอบครัวใหม่

เคยพยายามจะเชื่อมให้เขากลับมารักกันใหม่หรือเปล่า
เคยครับ ผมโทรไปหาญาติที่อุดรฯ บอกว่าช่วยพูดหน่อยสิ เขาบอกว่าช่วยไม่ได้ ในเมื่อไม่มีใครช่วยได้ ผมเลยต้องทำเอง มีครั้งหนึ่ง พ่อเขียนจดหมายแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้แม่ ผมเป็นสื่อรัก แอบเอาไปวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งของแม่ หลังจากนั้นก็ไปอาบน้ำ แม่เห็นจดหมายก็ฉีกทิ้งเลย ออกมาเห็นจดหมายฉีกผมก็หงอย แม่เข้ามาขอโทษ ผมก็ เฮ่อ..ไม่ทำละ พ่อเขาชิวๆ อยู่แล้วแต่แม่น่ะงอนอยู่

Cr sudsapda ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ของ เพิ่มเติมได้ใน
Talk-a-tive   No.610 (1 JUL 2008)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s