ฝันอีกขั้นของ บี-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว บนเวทีบรอดเวย์


โดย…นกขุนทอง ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน…

ช่วงปลายปี บี-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว มักมีเพลงใหม่ออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังพร้อมเต้นตามกันอย่างสนุกสนาน ปีนี้ก็ไม่พลาดเช่นเคย ส่งเพลง กินข้าวยัง? มาทักทายแฟนๆ ด้วยความรู้สึกผูกพันห่วงใย ตอนนี้มียอดวิวในยูทูบทะลุ 1 ล้านวิวแล้ว ซึ่งเพลงนี้หลายกระบวนการ ทำที่เมืองซีแอตเทิล สหรัฐ ระหว่างที่บี้กำลังแสดงละครเวที วอเตอร์ฟอลล์ เดอะ มิวสิคัล เมื่อสิ้นสุดภารกิจตรงนั้น เท้าเหยียบพื้นเมืองไทยเพียง 2 วัน บี้ก็พร้อมเข้าห้องอัดได้ทันที

“เรื่องเพลงเป็นเรื่องที่เราไม่ทิ้งอยู่แล้วครับ แล้วเจ้านาย (บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ) ก็อยู่ตรงนั้นด้วยก็คุยได้โดยตรง ผมอยากทำอย่างนั้น ก็เริ่มคุย ผมใช้เวลาว่างอย่างตอนนั่งกินข้าว กลางคืนเลิกงานมาดึกๆ นั่งมองฟ้ามองดินก็คิดนั้นนี่ไป อย่างช่วงเช้าตื่นมาในอารมณ์สบายๆ ก็ค่อยๆ คิดไป เพราะผมอยากให้เพลงออกช่วงปลายปี มีเพลงเร็วไว้ใช้ตอนปีใหม่ ผมทำงานมา 9 ปี จะมีเพลงปล่อยช่วงนี้ตลอด ปีนี้ก็ไม่อยากพลาด อย่างนั้นเราก็ต้องเริ่มทำเพลงที่อเมริกานั้นแหละ ก็มีงานคุยกันผ่านทุกช่องทางโซเชียลกับทีมงานที่ไทย ก็รวมใช้เวลาประมาณ 3 เดือน”

ในที่สุดบี้ก็ได้เพลง กินข้าวยัง? คอนเซ็ปต์มาจากการทักทายห่วงใย ยิ่งใช้ชีวิตในต่างแดนการทักทายแบบนี้ให้ความหมายที่กินใจ

“ช่วงทำงานที่อเมริกา ฝรั่งเขาถามไถ่เราแค่ปัญหาแก้จบก็ต่างคนต่างทำหน้าที่กันไป ไม่มาใส่ใจอะไรกันมากมาย ทักทายกันก็ ฮาว อาร์ ยู จบ มันทำให้นึกถึงบรรยากาศในบ้านเรา ไปไหนก็ทักทายกันยิ้มแย้ม สวัสดี สบายดีไหม กินข้าวยัง เป็นการใส่ใจ ถามไถ่เราไปในตัว เป็นการห่วงใยแบบไทยๆ ก็เลยลงตัวที่คอนเซ็ปต์นี้ความหมายดีด้วย ส่วนเรื่องท่าเต้นก็หัดที่อเมริกา มีคนออกแบบให้แล้วปรับแก้กันนิดหน่อย มีท่าโจ๊ะๆ สลับขาแล้วชี้ มิกซ์กันระหว่างท่าเต้นสนุกแบบไทยกับฝรั่ง ดนตรีแนวป๊อปแดนซ์แต่ใส่กลิ่นอายของเมโลดี้ไทยเดิมลงไปให้ความรู้สึกคิดถึงเมืองไทย”

แม้ช่วง 1-2 ปีนี้ ไม่ค่อยอยู่เมืองไทย แต่บี้ก็พยายามมีผลงานเพลง ละคร ออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกันคั่นเวลาบ้าง แม้ว่างานละครเวทีที่ได้รับมอบหมายนั้นจะยากยิ่ง จนถึงวันนี้ที่การเดินทางได้สิ้นสุดลง หลังจากแสดงที่เอลเอ 3 เดือน ซีแอตเทิล 3 เดือน รวมเกือบร้อยรอบการแสดง

“อยู่เมืองนอกได้ประสบการณ์ชีวิตที่ดี แต่แลกมาด้วยความลำบากเหมือนกัน มีท้อ แต่ว่าถอยไม่ได้ ต้องต่อไปข้างหน้า คำติก็รับมาเยอะ คำชมก็มาก อย่างเวลาแสดงมีกระแสไม่ดี เราประชุมกันแล้วแก้ทันทีเลย บทเหมือนกันครับปรับได้ตอนนั้นเลย
 คือเขาเอาที่ดีที่สุด อะไรไม่ดีพร้อมเปลี่ยน มีรอบกลางๆ ที่อยู่ตัว ส่วนผมเองที่โดนติมาหลายๆ ครั้ง ลูกละเอียดต่างๆ ในหลายๆ โมเมนต์ พลังานหมด อย่างสัปดาห์หนึ่งเล่น 8 รอบ รอบท้ายๆ อารมณ์ของตัวละครไม่เต็มที่ อารมณ์ไม่ถึง ซึ่งผมยอมรับครับว่าพอรอบท้ายๆ เราอ่อนแรงจริงๆ ซึ่งจุดนั้นมีนักวิจารณ์มาดู เรื่องร้องศัพท์ไม่ชัดยังไม่เท่าไหร่ เพราะเขาดูอารมณ์ดูอินเนอร์ของเราว่าถึงไหม ซึ่งเป็นช่วงแรกๆ ครับ หลังจากนั้นแสดงบ่อยซ้อมทุกวัน พลังงานก็อยู่ตัว

ข้อดีที่ฝรั่งเขาชอบ คือ เรื่องการร้อง คนอื่นร้องแบบมิวสิเคิลที่ได้ฟังในบรอดเวย์ แต่ของผมร้องป๊อปเธียเตอร์ แล้วเขาชอบสไตล์การเอื้อนของผม เขาบอกว่าแปลกดีจัง เขาไม่ค่อยได้ยินแบบนี้ แต่เวลาเราจะร้องหรือใส่ลูกเอื้อนจะถามก่อนว่าโอเคไหม มีที่โดนตัดทิ้งก็เยอะครับ ถ้าฝรั่งทั้งทีมชอบก็ผ่าน ที่เขาชอบอีกก็มีเรื่องแอ็กติ้งแบบไทยสไตล์ผม เราแอ็กติ้งให้ฝรั่งรู้เรื่องสื่อสารเป็นจังหวะ อย่างบทมีมารยาท ความนอบน้อม การเคารพนับถือผู้ใหญ่ เขาไม่เคยเห็น เขาก็ชอบในการสื่อสารของเราตรงนี้”

แม้จะเอ่ยปากว่าเป็นงานหินที่สุดในชีวิต แต่ก็คุ้มที่ได้ลอง “ผมเริ่มต้นงานนี้ 2 ปีกว่า แต่ทางพี่บอย 4 ปีแล้ว ผมเรียนแอ็กติ้ง ภาษา การร้อง เต้น มีคลาสพิเศษสัปดาห์ละ 2 ครั้งกับพี่บอย เรียนประวัติศาสตร์อเมริกา ประวัติศาสตร์ไทย เปิดละครบรอดเวย์ให้ดู มีการพัฒนามาแบบไหน เป็นอาหารสมอง เอาบทมาตีความ แล้วในคลาสมีผู้ช่วยแอ็กติ้งหนึ่งคน ครูเปียโน ครูสอนร้องเพลง ปรับแก้ในตอนนั้นตลอด ทำแบบนี้อยู่ 2 ปี จนมาช่วงไม้สุดท้ายที่ซีแอตเทิลก็ลดลงเหลืออาทิตย์ละวันที่เรียนกับพี่บอย แต่ที่ซ้อมร้องเต้นก็ยังเป็นปกติ”
 ถึงที่สุดแล้วละครเวทีเรื่องนี้จะได้ไปถึงบรอดเวย์หรือไม่ บี้ บอกว่า ตอนนี้ทางผู้ใหญ่ดีลเรื่องธุรกิจกัน ส่วนตัวเขามาได้แค่นี้ก็ไกลเกินความคาดหมายแล้ว แต่ความฝันสุดของงานนี้ก็คือบรอดเวย์

“ไม้สุดท้ายที่ซีแอตเทิล กระแสตอบรับค่อนข้างดีมาก ปีหน้าคงได้คำตอบว่าจะได้ไปบรอดเวย์ไหม นายทุนที่มาดูเขาชอบไหม แต่ทางพี่บอยยังสู้ให้เข้าบอร์ดเวย์ให้ได้ ถ้าถามผมงานนี้เรื่องเงินเราขาดทุนอยู่แล้วครับ เพราะอยู่ในกระบวนการทดลองให้นักลงทุนมาดู ทุกเรื่องก่อนได้ไปแสดงที่บรอดเวย์ นิวยอร์ก ผ่านกระบวนการนี้หมด ถ้าเขาไม่สนใจ สต็อปเก็บกระเป๋าแยกย้ายกลับบ้าน

จริงๆ ตรงนี้เป็นความฝันของพี่บอย เราเป็นฟันเฟืองหนึ่งไปต่อยอด เราพุชไทยแลนด์ออนเดอะแมพ เหมือน มวยไทย อาหารไทย คราวนี้ก็อยากให้ละครเวทีไทยไปบ้าง ถ้าไม่ได้ไป ก็มีสองความรู้สึก เสียใจเล็กๆ ก็เราทิ้งอะไรที่เมืองไทยไปตั้ง 2 ปี เพื่อฝึกตรงนี้ เหลืออีกไม้เดียวเราก็อยากไปให้ถึง แต่ถ้าไม่ได้ต้องยอมรับความจริง เราได้ทำเต็มที่แล้ว อีกความรู้สึกประสบการณ์ที่ได้จากตรงนั้นมันหาไม่ได้ง่ายๆ ในชีวิตนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกไหม ได้มาไกลถึงนี้ก็ดีมากแล้วครับ ส่วนพี่บอยจะทำเรื่องอื่นอีกไหม อันนี้ต้องรอถามหัวใจเขายังไหวอยู่ไหม”

สุดท้ายแล้ว การได้เข้าไปติดชื่อเป็นหนึ่งในนักแสดงบรอดเวย์จะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม ทว่าสิ่งที่บี้ได้จากการไปแสดงเวทีที่เอมริกาก็นับเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของเขา ณ เวลานี้แล้ว

Credit : http://www.posttoday.com/ent/celeb/407425

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s